เสียงสายลมหวีดหวิวคล้ายเสียงหญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังแว่วๆกระทบโสตประสาท ฉันค่อยๆ เลื่อนบานกระจกเปิดออกรับลมแรงปะทะใบหน้า เหลือบมองลงเบื้องล่างเห็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ไม่อาจบอกได้ชัดถึงสิ่งที่เห็น แต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะฉันยืนอยู่ในห้องทำงาน ชั้น 38 ของอาคารหรูใจกลางเมือง พลางหวนคิดถึงเหตุการณ์แห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่มีวันลืมเลือน

จดหมายฉบับสุดท้ายที่ส่งมาจากนราธิวาส ไม่ใช่ลายมือของคนที่ฉันเฝ้ารอคอย กลับกลายเป็นจดหมายส่งข่าวร้ายที่ยังติดตรึงใจฉันไม่รู้ลืม นายร้อยตำรวจหนุ่มจบใหม่ไฟแรง อาสาลงพื้นที่หวังเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบ ตลอดเวลา 3 ปี ที่ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง เขากลับไม่เคยลืมส่งข่าวให้ฉันได้สบายใจและหายห่วง แม้ฉันจะพยายามข่มใจ คิดแต่เรื่องดีๆ แต่แล้วสิ่งที่อยู่ในจิตสำนึกก็เกิดขึ้น เมื่อนายร้อยหนุ่มคนนั้นได้สละชีวิตเพื่อรักษาแม่พิมพ์ของชาติกว่า 20 ชีวิต

ภัทร์ดนัย เขาไม่เคยจากไป เขายังคงอยู่ในใจฉัน ผ่านมากว่า 3 ปี ที่เขาเสียสละเพื่อประเทศชาติ แต่การเสียสละกลับไม่มีผลใดๆ ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้น ไม่มีวันลดลง กลับยิ่งรุนแรงมากขึ้น ทุกวันฉันไม่อาจทนรับรู้ข่าวสารความสูญเสียได้ ฉันคิดอยู่เสมอว่า หากมีโอกาส สักวันฉันจะสานต่อการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบ ให้สมตามที่ภัทร์ดนัยตั้งใจไว้

ฉันค่อยๆ เลื่อนบานหน้าต่างปิดลง นั่งลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง นึกอ่อนใจว่าฉันก็แค่ประชาชนคนธรรมดาจะคิดอ่านทำอะไรได้ เพราะกระทั่งทหารและตำรวจยังถูกฆ่าอย่างง่ายดายเหมือนผักปลา ฉันค่อยๆ หลับตาพักความคิดสักพัก แต่ภายในใจยังกรุ่นไปด้วยความกังวล

เสียงกริ่งโทรศัพท์ดังขึ้น ปลุกให้ฉันตื่นจากความฟุ้งซ่าน ลืมตาขึ้นพบกับความเป็นจริง "มีนา เธอได้รับอนุญาตให้ลงพื้นที่ตามที่ขอแล้ว มารับตั๋วเครื่องบินได้ พรุ่งนี้ 10 โมง" เสียงเลขานุการกองบรรณาธิการคนสวยรายงานเจื้อยแจ้ว ฉันยิ้มอย่างพอใจ ถึงเวลาแล้วซินะที่ฉันจะได้เดินตามรอยของชายผู้เป็นที่รัก แม้จะถูกทักท้วงจากคนที่รักฉันหลายคน

+++++++++++++++++++++++++++++++++

ก้าวแรกที่ฉันได้เหยียบลงพื้นดินแห่งเมืองนราธิวาส แม้ใจจะประหวั่นกับการมาแปลกถิ่น แต่ฉันก็เลือดมุสลิมไม่แตกต่างจากคนที่นี่ ฉันเชื่อว่าต้องปลอดภัย ฉันมุ่งหน้าสู่โรงแรมที่จองไว้ ห้อง 114 ฉันทิ้งตัวลงนอนพาดขวางเตียงนอนอย่างหมดแรง พลางคิดวางแผนประสานงานควรเริ่มจากใคร อย่างไร....จริงซิ ! ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ฉันต้องหาข้อมูลจากพวกเขาก่อน คิดได้ไม่รอช้า ฉันรีบโทรขอเบอร์โทรศัพท์จากโรงแรมทันที

"สวัสดีค่ะ ฉันมีนา จากสำนักข่าว แอลพี ต้องการพบคุณเพื่อขอข้อมูลบางอย่างหวังว่าคุณคงไม่รังเกียจนะคะ"

ไม่มีเสียงตอบจากปลายสายนานกว่า 5 นาที แต่ฉันยังคงส่งเสียงถามอยู่เพียงฝ่ายเดียว "ครับ คุณรอผมที่โรงแรมน่ะล่ะผมจะไปหาคุณเอง ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯที่คุณจะเดินไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ" เสียงแข็งกร้าวสะกดให้ฉันนิ่งไป ก่อนรับคำอย่างคนว่าง่าย แม้จะยังแปลกใจกับเสียงนั้นที่สามารถสะกดฉันได้ แต่ไม่อาจรีรอนั่งคิดเพ้อเจ้อ รีบแต่งตัวลงมานั่งรอเจ้าของเสียงปลายสายอย่างใจจดใจจ่อ...ฉันนั่งรอแล้วรออีกผ่านไปนานร่วมชั่วโมง ยังไม่ปรากฏชายเสียงกร้าวที่นัดหมายผ่านตามสายโทรศัพท์ ขณะที่ฉันกำลังนั่งรอด้วยความกระวนกระวายก็มีเสียงร้องทักขึ้นจากด้านหลัง

"คุณมีนาใช่ไหมครับ ขอโทษด้วยที่ให้รอนาน"เสียงกร้าวแข็งที่ได้ยินในโทรศัพท์อ่อนลงมาก สร้างความประหลาดใจทำให้ต้องรีบหันมองเพราะเพียงอยากเห็นใบหน้าของเจ้าของเสียง...

(อะแฮ่ม! เรายังไม่ให้เห็นหน้าเจ้าของเสียงหรอก ไว้จะมาบอกวันหน้า อิอิ วันนี้ง่วงแล้วไปดีกว่า)

 

edit @ 20 Jan 2008 19:07:48 by เด็กขี้อวด

edit @ 20 Jan 2008 23:22:44 by เด็กขี้อวด

Comment

Comment:

Tweet

น้องจ๋า..พื้นกับตัวอักษรมันลายตา..

พี่อ่านมะออกอ่ะ...แง...แง...

อยากอ่าน...อ่ะ...อยากอ่าน...

#2 By หมวยนรก.. on 2008-01-20 20:31

มีนาจ๋า

ถ้าคราวหลังอิดออดไม่ยอมให้ข้อมูลอีก

เอาปืนไปจ่อหัวเลยนะจ๊ะ

ดูสิ ....... จะปากแข็งมั้ย

เห้อ เห้อ เห้อ tongue