ฉันรีบหันมองต้นเสียงที่ฟังดูอ่อนลงจากเสียงในโทรศัพท์ ชายหนุ่มตรงหน้ายิ้มอย่างเป็นมิตรพลางค้อมหัวสวัสดีอย่างสุภาพ ทำให้ฉันต้องยิ้มตอบตามมารยาททั้งที่ยังรู้สึกเคืองกับการเงียบเฉยในการสนทนาทางโทรศัพท์ แต่หากฉันแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรคงไม่สะดวกกับงานที่ต้องพึ่งเขาแน่ๆ

"ค่ะ ฉันมีนา จากสำนักข่าวแอลพี ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ และคงต้องขอความช่วยเหลือคุณอีกเยอะเลย"

"ครับ ยินดีอย่างมากครับ ผมอาดัม มะมาลี" อาดัมส่งยิ้มแสดงไมตรี

"แปลกจัง ไม่เหมือนตอนรับโทรศัพท์เลย" ฉันบ่นเบาๆ เพียงคนเดียว แต่กลับเข้าหูนายอาดัมซะงั้น เพราะไม่ทันที่ฉันจะถามเรื่องอื่น เขากลับหันมาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

"ขอโทษครับ ที่ทำเสียมารยาทกับคุณทางโทรศัพท์ เพราะผมไม่แน่ใจว่า คุณมาเพื่อจุดประสงค์อะไร เราต้องระวังทุกก้าว ไม่ให้พลาดได้ครับ" เสียงขอโทษอย่างอ่อนโยน ทำให้ความโกรธเคืองในใจฉันค่อยเบาบางลงได้

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มีนเองก็ไม่ได้เก็บเอามาเป็นสาระ มาที่นี่ก็ต้องระวังมากๆ คุยกันตั้งนานมีนยังไม่ได้สลามคุณเลย" ฉันยกสองมือสัมผัสมือเขาเป็นการทักทายของชาวมุสลิม จนทำให้เขาแสดงสีหน้างุนงง ขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ

"อย่าประหลาดใจเลยค่ะ มีนน่ะสายเลือดมุสลิมแท้ๆ มีนก็เลยอยากมาช่วยภาคใต้บ้าง"

เขาเพียงพยักหน้ารับ ก่อนเชื้อเชิญฉันขึ้นรถตู้ที่เตรียมไว้รับรอง "ขึ้นไปคุยกันบนรถดีกว่า ผมจะได้พาคุณไปแนะนำให้รู้จักกับโต๊ะอิหม่ามที่มัสยิดกลางด้วย" เขาค่อยๆ เปิดประตูให้ฉันได้ก้าวขึ้นรถก่อนก้าวตามขึ้นรถอย่างสุภาพบุรุษ คนขับรถขับรถด้วยความเร็วสูง ผ่านสองข้างทางที่เต็มไปด้วยป่า ก่อนค่อยๆ ชะลอรถให้ช้าลงๆ

"เกิดอะไรขึ้นคะ อาดัม ทำไม" แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะถามคำถามได้จบความ เขาเอื้อมมือมาปิดปากให้ฉันหยุดพูด รถชะลอรถได้สักพักก่อนพุ่งออกตัวอย่างแรงมุ่งหน้าต่อไปยังมัสยิดกลาง ขณะที่รถกำลังแล่นไปอย่างปกติ เขาหันมาส่งยิ้มให้ฉันอีกครั้ง "อย่าถามเลยครับว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้น เอาเป็นว่า ใครผ่านแถวนี้ ถ้าไม่ใช่ทหารหรือตำรวจ ก็ต้องชะลอรถแบบนี้ทั้งนั้น ผมคงบอกได้เพียงแค่นี้ มีอีกหลายอย่างที่คุณต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพราะคนในพื้นที่ต้องระวังเรื่องคำพูดโดยเฉพาะกับคนแปลกถิ่น คุณลองดูไปเถอะ เดี๋ยวจะเข้าใจได้เอง"

คำอธิบายยืดยาวแต่แฝงไว้ด้วยความหมายมากมายที่ตอนนี้ฉันยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เชื่อว่าอีกไม่นานฉันจะเข้าใจได้ ช่างเป็นดินแดนสนธยาเหลือเกิน มุสลิมกรุงเทพฯอย่างฉันจะเข้าถึงจิตใจมุสลิมนราธิวาสได้อย่างไร เฮ้อ ! เสียงถอนใจของฉันคงดังเกินไปจนทำให้อาดัมหันมามอง

"มีอะไรหนักใจหรือครับ ถอนใจซะดัง"

"ไม่ค่ะ ไม่มีอะไร" ฉันแสร้งเบนหน้าหนีมองข้างทาง ไม่อยากให้เขาเห็นอาการท้อแท้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น ระยะทางอีกยาวไกล ฉันต้องทำให้ได้ เพื่อคนที่ฉันรัก ความฝันของเขาต้องไม่ล้มเหลว ฉันสัญญาว่าจะไม่ท้อถอย นัยคะ เป็นกำลังใจให้มีนด้วย....

ฉันหลับตานึกถึงใบหน้านายร้อยตำรวจคนเก่งที่ไม่เคยพร่าเลือนไปจากความทรงจำของฉัน รถหยุดลง ทำให้ฉันต้องลืมตาขึ้น อาดัมค่อยๆ เลื่อนประตูเปิด พร้อมพยักหน้าให้ฉันลงตามไป เบื้องหน้าคือมัสยิดกลางนราธิวาส ฉันยืนนิ่งมองอย่างทึ่งกับภาพที่เห็น ไม่เพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นร่มเย็น ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า นราธิวาสที่มีมัสยิดมากมาย มีความร่มเย็นอันเหลือล้น แต่กลับต้องพบกับเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวทุกวัน

"เข้าไปกันเถอะครับ" เสียงเรียกเตือนให้ฉันหลุดจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่าน แล้วเดินตามอาดัมเข้าไปภายในมัสยิดกลาง เสียงเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน

"เงียบจังคะ ครูคงไม่อยู่มั้งคะ เรามาวันอื่นก็ได้นะคะ"

"อยู่ครับ ผมโทรบอกไว้แล้ว เรานั่งรอกันก่อนครับ เดี๋ยวครูมัดคงจะมา"

"เงียบสงบจังค่ะ เงียบจนน่ากลัว"

"อีกพักก็ไม่เงียบแล้วครับ เดี๋ยวชาวบ้านก็คงมาละหมาดกัน"

"อ้อ ค่ะ ลืมไปเลย แหม! ปล่อยไก่ซะ อายจัง มุสลิมแท้ๆ" ฉันยิ้มเขิน พลางหันหน้ามองไปรอบๆ พลันสายตาเหลือบไปเห็นชายชราร่างผอมบางเดินเข้ามาพอดี ฉันตรงเข้าสลามทักทายแบบมุสลิม พร้อมแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่ว

"ยินดีครับ ที่คุณนักข่าวจะมาช่วยเราอีกแรง แต่คงต้องระวังตัวสักหน่อย ยังไงคงต้องให้อาดัมคอยดูแลคุณ"โต๊ะอิหม่ามพูดอย่างเป็นกันเอง และฉันก็ได้สอบถามข้อมูลมากมายหลายเรื่องจนทำให้ฉันเข้าใจความคิดของมุสลิมภาคใต้มากขึ้น แม้ไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็ทำให้ฉันตอบคำถามตัวเองได้ ว่าทำไมความคิดมุสลิมใต้จึงแตกต่างกับมุสลิมกรุงเทพฯ....

"ครู ผมว่า คงต้องส่งคุณมีนากลับที่พักแล้วล่ะ ใกล้พลบค่ำแล้ว" อาดัมตัดบทสนทนาดื้อๆ ขณะลากลับอย่างเสียดาย ฉันได้ยินเสียงอะซานดังแว่วๆ ก่อนจำใจต้องขึ้นรถกลับ ซึ่งขากลับคนขับรถยิ่งขับเร็วมากกว่าเดิม ฉันไม่ได้ถามอีก เพียงแต่หลับตาพักผ่อนและผล็อยหลับไป

"คุณ...คุณ"อาดัมแตะไหล่ฉันเบาๆ ปลุกให้ตื่นอย่างสุภาพ ฉันลืมตามองหน้าเขา และลงจากรถ กำลังจะเดินเข้าโรงแรมที่พัก ได้ยินเสียงเรียก อาดัมวิ่งมาพร้อมกับกระเป๋ากล้องถ่ายรูปที่ฉันลืมทิ้งไว้ในรถและเวลาเดียวกับที่อาดัมนำกระเป๋ามาส่งคืนฉันที่หน้าโรงแรม เสียงระเบิดดังขึ้น อาดัมรีบเข้ามาใช้ร่างบังฉัน แต่แรงระเบิดทำให้กระจกหน้าประตูโรงแรมแตกละเอียด รถตู้ที่ฉันเพิ่งลงมาไม่เหลือสภาพความเป็นรถตู้อีกแล้ว

"อาดัม คุณเป็นอะไรไหม?"ฉันพยุงร่างอาดัมที่ไร้สติ พลางร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาลมาถึงนำร่างอาดัมขึ้นรถ ฉันได้เห็นเพียงเท่านั้น สติก็ดับวูบลง......

 

(อาดัมและมีนาจะเป็นอย่างไร แล้วเหตุใดรถตู้จึงระเบิด จากฝีมือใคร ต้องติดตามนะ อิอิ)

 

edit @ 21 Jan 2008 23:17:17 by เด็กขี้อวด

edit @ 21 Jan 2008 23:23:56 by เด็กขี้อวด

Comment

Comment:

Tweet

จ๊ะ ตามอยู่จ๊ะ ตามมาติด ๆ เลยจ๊ะ confused smile